www.engineerthailand.com เวบไซต์สำหรับวิศวกรไทย และนักศึกษาวิศวกรรม รวบรวมความรู้ พัฒนาวิศวกรไทยสู่ความเป็นเลิศ                                                                                                                                                                                                                                          
 
 สถิติวันนี้ 3759 คน
 สถิติเมื่อวาน 3807 คน
 สถิติเดือนนี้
สถิติปีนี้
สถิติทั้งหมด
31673 คน
152744 คน
1329058 คน
เริ่มเมื่อ 2012-11-03

พระราชบัญญัติ

วิศวกรxml:namespace prefix = o ns = "urn:schemas-microsoft-com:office:office" />

พ.ศ. 2542

                               

 

ภูมิพลอดุลยเดช  ป.ร.

ให้ไว้    วันที่  19  พฤศจิกายน  พ.ศ. 2542

เป็นปีที่  54  ในรัชกาลปัจจุบัน

 

                พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช  มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ  ให้ประกาศว่า

                โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพวิศวกรรม

                พระราชบัญญัตินี้มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลซึ่งมาตรา  29  ประกอบกับมาตรา  39  และมาตรา  50  ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย  บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย

                จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ  ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของรัฐสภา  ดังต่อไปนี้

 

                มาตรา  1  พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า  “พระราชบัญญัติวิศวกร พ.ศ. 2542”

 

                มาตรา  2  พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา  เป็นต้นไป

                (ราชกิจจานุเบกษา  ฉบับกฤษฎีกา  เล่ม  116  ตอนที่  120    ลงวันที่  29  พฤศจิกายน  2542)

 

                มาตรา  3  ให้ยกเลิก

(1)     พระราชบัญญัติวิชาชีพวิศวกรรม  พ.ศ. 2505

(2)     พระราชบัญญัติวิชาชีพวิศวกรรม  (ฉบับที่  2)  พ.ศ. 2512

(3)     พระราชบัญญัติวิชาชีพวิศวกรรม  (ฉบับที่  3)  พ.ศ. 2520

 

มาตรา  4  ในพระราชบัญญัตินี้

                “วิชาชีพวิศวกรรม”  หมายความว่า  วิชาชีพวิศวกรรมในสาขาวิศวกรรมโยธา  วิศวกรรมเหมืองแร่  วิศวกรรมเครื่องกล  วิศวกรรมไฟฟ้า  วิศวกรรมอุตสาหกรรม  และสาขาวิศวกรรมอื่นๆ  ที่กำหนดในกฎกระทรวง

                “วิชาชีพวิศวกรรมควบคุม”  หมายความว่า  วิชาชีพวิศวกรรมที่กำหนดในกฎกระทรวง

                “ใบอนุญาต”  หมายความว่า  ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมตามพระราชบัญญัตินี้

                “ผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม”  หมายความว่า  บุคคลซึ่งได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมจากสภาวิศวกร

                “สมาชิก”  หมายความว่า  สมาชิกสภาวิศวกร

                “กรรมการ”  หมายความว่า  กรรมการสภาวิศวกร

                “คณะกรรมการ”  หมายความว่า  คณะกรรมการสภาวิศวกร

                “เลขาธิการ”  หมายความว่า  เลขาธิการสภาวิศวกร

                “พนักงานเจ้าหน้าที่”  หมายความว่า  บุคคลซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้

                “รัฐมนตรี”  หมายความว่า  รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

 

                มาตรา  5  ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้  และให้มีอำนาจแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่  กับออกกฎกระทรวงกำหนดค่าธรรมเนียมไม่เกินอัตราท้ายพระราชบัญญัตินี้  รวมทั้งออกกฎกระทรวงเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้

                กฎกระทรวงนั้น  เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้

 

หมวด  1

สภาวิศวกร

 

                มาตรา  6  ให้มีสภาวิศวกร  มีวัตถุประสงค์และอำนาจหน้าที่ตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้

                ให้สภาวิศวกรเป็นนิติบุคคล

 

                มาตรา  7  สภาวิศวกรมีวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้

(1)     ส่งเสริมการศึกษา  การวิจัย  และการประกอบวิชาชีพวิศวกรรม

(2)     ส่งเสริมความสามัคคีและไกล่เกลี่ยข้อพิพาทของสมาชิก

(3)     ส่งเสริมสวัสดิการและผดุงเกียรติของสมาชิก

(4)     ควบคุมความประพฤติและการดำเนินงานของผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรม  ควบคุมให้ถูกต้องตามมาตรฐานและจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพวิศวกรรม

(5)     ช่วยเหลือ  แนะนำ  เผยแพร่  และให้บริการทางด้านวิชาการต่าง ๆ  แก่ประชาชน  และองค์กรอื่นในเรื่องที่เกี่ยวกับวิทยาการและเทคโนโลยีทางวิศวกรรม

(6)     ให้คำปรึกษา  หรือข้อเสนอแนะต่อรัฐบาลเกี่ยวกับนโยบายและปัญหาด้านวิศวกรรมทั้งด้านเทคโนโลยี

(7)     เป็นตัวแทนของผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมของประเทศไทย

(8)     ดำเนินการอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

 

มาตรา  8  สภาวิศวกรมีอำนาจและหน้าที่ดังต่อไปนี้

(1)     ออกใบอนุญาตให้แก่ผู้ขอประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม

(2)     พักใช้ใบอนุญาตหรือเพิกถอนใบอนุญาต

(3)     รับรองปริญญา  ประกาศนียบัตร  หรือวุฒิบัตรในการประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม

(4)     รับรองความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม

(5)     เสนอแนะรัฐมนตรีเกี่ยวกับการกำหนดและการเลิกสาขาวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม

(6)     ออกข้อบังคับสภาวิศวกรว่าด้วย

(ก)     การกำหนดลักษณะต้องห้ามตามมาตรา  12 (6)

(ข)      การับสมัครเป็นสมาชิก  ค่าจดทะเบียนสมาชิก  ค่าบำรุงและค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจากสมาชิกหรือบุคคลภายนอก

(ค)      การเลือกและการเลือกตั้งกรรมการตามมาตรา  32

(ง)       การออกใบอนุญาต  อายุใบอนุญาต  การพักใช้ใบอนุญาต  การเพิกถอนใบอนุญาตและการรับรองความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม

(จ)      คุณสมบัติ  วาระการดำรงตำแหน่ง  และการพ้นจากการดำรงตำแหน่งของผู้ตรวจตามมาตรา  20  วรรคสอง

(ฉ)      หลักเกณฑ์และคุณสมบัติของผู้ขอรับใบอนุญาตแต่ละระดับตามมาตรา  46

(ช)      คุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้ขอรับใบอนุญาตตามมาตรา  49

(ซ)      จรรยาบรรณแห่งวิชาชีพวิศวกรรม  และการประพฤติผิดจรรยาบรรณอันจะนำมาซึ่งความเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพ

(ฌ)     มาตรฐานในการประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม

(ญ)     การประชุมของที่ประชุมใหญ่สภาวิศวกร

(ฎ)      การใด ๆ  ตามที่กำหนดในพระราชบัญญัตินี้

ข้อบังคับสภาวิศวกรนั้น  ต้องได้รับความเห็นชอบจากสภานายกพิเศษ  และเมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้

(7)     ดำเนินการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของสภาวิศวกร

 

มาตรา  9  สภาวิศวกรอาจมีรายได้ดังนี้

(1)     ค่าจดทะเบียนสมาชิก  ค่าบำรุง  และค่าธรรมเนียมตามพระราชบัญญัตินี้

(2)     เงินอุดหนุนจากงบประมาณแผ่นดิน

(3)     ผลประโยชน์จากการจัดการทรัพย์สินและการดำเนินกิจการของสภาวิศวกร

(4)     เงินและทรัพย์สินซึ่งมีผู้ให้แก่สภาวิศวกร

(5)     ดอกผลของเงินและทรัพย์สินตาม  (1)  (2)  (3)  และ  (4)

 

มาตรา  10  ให้รัฐมนตรีดำรงตำแหน่งสภานายกพิเศษแห่งสภาวิศวกร  และมีอำนาจหน้าที่ตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้

 

หมวด  2

สมาชิก

 

                มาตรา  11  สมาชิกสภาวิศวกรมีสามประเภท  ดังนี้

(1)     สมาชิกสามัญ

(2)     สมาชิกวิสามัญ

(3)     สมาชิกกิตติมศักดิ์

 

มาตรา  12  สมาชิกสามัญต้องเป็นผู้มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามดังต่อไปนี้

(1)     มีอายุไม่ต่ำกว่าสิบแปดปีบริบูรณ์

(2)     มีสัญชาติไทย

(3)     มีความรู้ในวิชาชีพวิศวกรรมโดยได้รับปริญญาประกาศนียบัตร  หรือวุฒิบัตรเทียบเท่าปริญญาในสาขาวิศวกรรมศาสตร์ที่สภาวิศวกรรับรอง

(4)     ไม่เป็นผู้ประพฤติผิดจรรยาบรรรอันจะนำมาซึ่งความเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพตามที่กำหนดในข้อบังคับสภาวิศวกร

(5)     ไม่เคยต้องโทษจำคุกโดยคำพิพากาถึงที่สุดให้จำคุกในคดีที่เป็นการประพฤติผิดจรรยาบรรณอันจะนำมาซึ่งความเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพตามที่กำหนดในข้อบังคับสภาวิศวกร

(6)     ไม่เป็นผู้มีจิตฟั่นเฟือน  ไม่สมประกอบ  หรือไม่เป็นโรคที่กำหนดในข้อบังคับสภาวิศวกร

สมาชิกวิสามัญต้องเป็นผู้ที่ปฏิบัติงานเกี่ยวข้องกับวิชาชีพวิศวกรรมและมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนดในข้อบังคับสภาวิศวกร

สมาชิกกิตติมศักดิ์  ได้แก่  ผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งที่ประชุมใหญ่สภาวิศวกรแต่งตั้ง

 

มาตรา  13  สิทธิและหน้าที่ของสมาชิกสามัญมีดังต่อไปนี้

(1)     แสดงความคิดเห็นในการประชุมใหญ่สภาวิศวกร

(2)     ออกเสียงลงคะแนนในการประชุมใหญ่สภาวิศวกร

(3)     แสดงความเห็นและซักถามทเป็นหนังสือเกี่ยวกับกิจการของสภาวิศวกรต่อคณะกรรมการเพื่อพิจารณา  และในกรณีที่สมาชิกร่วมกันตั้งแต่ห้าสิบคนขึ้นไปเสนอให้คณะกรรมการพิจารณาเรื่องใดที่เกี่ยวกับกิจการของสภาวิศวกร  คณะกรรมการต้องพิจารณาและแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้เสนอทราบโดยมิชักช้า

(4)     เลือก  รับเลือกตั้ง  หรือรับแต่งตั้งเป็นกรรมการ

(5)     ชำระค่าจดทะเบียนสมาชิกและค่าบำรุงตามที่กำหนดในข้อบังคับสภาวิศวกร

(6)     ผดุงไว้ซึ่งเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพและปฏิบัติตนตามพระราชบัญญัตินี้

สมาชิกวิสามัญหรือสมาชิกกิตติมศักดิ์ให้มีสิทธิและหน้าที่เช่นเดียวกับสมาชิกสามัย  เว้นแต่สิทธิและหน้าที่ตาม  (2)  และ  (4)

 

มาตรา  14  สมาชิกภาพของสมาชิกย่อมสิ้นสุดเมื่อ

(1)     ตาย

(2)     ลาออก

(3)     คณะกรรมการมีมติให้พ้นจากสมาชิกภาพเพราะขาดคุณสมบัติตามมาตรา  12  สำหรับกรณีสมาชิกสามัญและสมาชิกวิสามัญ  แล้วแต่กรณี

(4)     ที่ประชุมใหญ่สภาวิศวกรมีมติเพิกถอนการแต่งตั้งให้เป็นสมาชิกกิตติมศักดิ์

(5)     ไม่ชำระค่าจดทะเบียนสมาชิกหรือค่าบำรุง  โดยไม่มีเหตุอันควรตามที่กำหนดในข้อบังคับสภาวิศวกร

(6)     สภาวิศวกรมีมติเพิกถอนใบอนุญาตตามมาตรา  64

 

มาตรา  15  ให้มีการประชุมสมาชิกเป็นการประชุมใหญ่สามัญปีละหนึ่งครั้ง

การประชุมใหญ่คราวอื่นนอกจากนี้  เรียกว่าการประชุมใหญ่วิสามัญ

 

                มาตรา  16  ให้คณะกรรมการจัดให้มีการประชุมใหญ่ตามที่จำเป็น

                สมาชิกสามัญอาจขอให้ประชุมใหญ่วิสามัญได้ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในข้อบังคับสภาวิศวกร  ในการนี้  คณะกรรมการต้องเรียกประชุมใหญ่วิสามัญภายในสามสิบวันนับแต่วันรับคำร้องขอ

 

                มาตรา  17  ในการประชุมใหญ่สภาวิศวกร  ถ้าสมาชิกสามัญมาประชุมไม่ครบจำนวนสองร้อยคนและการประชุมใหญ่นั้นได้เรียกตามคำร้องขอของสมาชิกก็ให้งดการประชุม  แต่ถ้าเป็นการประชุมใหญ่ที่สมาชิกมิได้เป็นผู้ร้องขอ  ให้เลื่อนการประชุมนั้นออกไป  โดยให้นายกสภาวิศวกรเรียกประชุมใหญ่อีกครั้งภายในสี่สิบห้าวัน

 

                มาตรา  18  ในการประชุมใหญ่สภาวิศวกร  ให้นายกสภาวิศวกรเป็นประธานในที่ประชุม  ในกรณีที่นายกสภาวิศวกรีไม่อยู่ในที่ประชุมหรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้  ให้อุปนายกสภาวิศวกรผู้ทำการแทนตามมาตรา  34  เป็นประธานในที่ประชุม  ถ้านายกสภาวิศวกร  และอุปนายกสภาวิศวกรไม่อยู่ในที่ประชุม  หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้  ให้สมาชิกที่มาประชุมเลือกสมาชิกคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม

 

                มาตรา  19  ในการประชุมใหญ่สามัญประจำปี  กิจการอันพึงกระทำได้แก่

(1)     ให้ความเห็นชอบแผนการดำเนินงานประจำปีของคณะกรรมการ

(2)     พิจารณาและอนุมัติงบดุลประจำปีของสภาวิศวกร

(3)     ตั้งผู้สอบบัญชีและกำหนดค่าตอบแทนผู้สอบบัญชี

 

มาตรา  20  ให้มีผู้ตรวจคนหนึ่งหรือหลยคนตามที่ที่ประชุมใหญ่สภาวิศวกรแต่งตั้งจากสมาชิกหรือบุคคลภายนอก

คุณสมบัติ  วาระการดำรงตำแหน่ง  และการพ้นจากการดำรงตำแหน่งให้เป็นไปตามที่กำหนดในข้อบังคับสภาวิศวกร

ผู้ตรวจมีอำนาจหน้าที่ตรวจสอบการดำเนินงานของคณะกรรมการ  แล้วทำรายงานเสนอต่อที่ประชุมใหญ่สภาวิศวกร

 

มาตรา  21  ในการตรวจสอบการดำเนินงานของคณะกรรมการ  ให้ผู้ตรวจมีอำนาจเข้าไปตรวจในสถานที่ทำการงานต่าง ๆ  ของสภาวิศวกรในระหว่างเวลาทำงานได้  และให้ผู้ซึ่งเกี่ยวข้องอำนวยความสะดวก  ช่วยเหลือ  หรือให้คำชี้แจงแก่ผู้ตรวจตามควรแก่กรณี

 

มาตรา  22  กรรมการ  อนุกรรมการ  เจ้าหน้าที่สภาวิศวกร  ลูกจ้าง  และตัวแทนของสภาวิศวกรมีหน้าที่ส่งเอกสารหลักฐานต่าง ๆ  ซึ่งตนเก็บรักษาหรืออยู่ในอำนาจของตนให้ผู้ตรวจ  และให้คำชี้แจงเกี่ยวกับการดำเนินงานต่าง ๆ  ในกิจการของสภาวิศวกร  ทั้งนี้  เมื่อผู้ตรวจร้องขอ

 

มาตรา  23  ในกรณีที่พบว่าคณะกรรมการมิได้ดำเนินงานตามแผนการดำเนินงานปรำปีหรือดำเนินงานไปในทางที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายหือขัดต่อวัตถุประสงค์ของสภาวิศวกร  ให้ผู้ตรวจแจ้งให้ที่ประชุมใหญ่สภาวิศวกรหรือสมาชิกสามัญตามที่ตนเห็นสมควรเพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไป

 

หมวด  3

คณะกรรมการ

 

                มาตรา  24  ให้มีคณะกรรมการสภาวิศวกร  ประกอบด้วย

                (1)  กรรมการซึ่งสมาชิกสามัญเลือกตั้งขึ้นจากสมาชิกสามัญ และมิได้ดำรงตำแหน่งคณาจารย์ในสถาบันอุดมศึกษาระดับปริญญา  จำนวนสิบคน

                (2)  กรรมการซึ่งสมาชิกสามัญเลือกตั้งขึ้นจากสมาชิกสามัญ  และดำรงตำแหน่งคณาจารย์ในสถาบันอุดมศึกษาระดับปริญญาจำนวนห้าคน

                (3)  กรรมการซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งจากสมาชิกสามัญ  โดยการเสนอชื่อของรัฐมนตรี  จำนวนห้าคน

                ในการเลือกตั้งและแต่งตั้งกรรมการตามวรรคหนึ่งให้คำนึกถึงสมาชิกสามัญจากสาขาวิศวกรรมควบคุมต่าง ๆ ในสัดส่วนที่เหมาะสม

 

                มาตรา  25  เมื่อได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการและทราบผลการเลือกตั้งกรรมการตามมาตรา  24  แล้ว  ให้สภานายกพิเศษกำหนดให้มีการประชุมคณะกรรมการภายในสามสิบวัน  และให้ถือว่าวันประชุมดังกล่าวเป็นวันเริ่มวาระของการอยู่ในตำแหน่งกรรมการ

 

                มาตรา  26  ให้คณะกรรมการเลือกกรรมการเพื่อดำรงตำแหน่งนายกสภาวิศวกร  อุปนายกสภาวิศวกรคนที่หนึ่ง  และอุปนายกสภาวิศวกรคนที่สอง  ตำแหน่งละหนึ่งคน

                ให้นายกสภาวิศวกรเลือกกรรมการเพื่อดำรงตำแหน่งเลขาธิการ  เหรัญญิก  ตำแหน่งละหนึ่งคน  และอาจเลือกกรรมการเพื่อดำรงตำแหน่งอื่นได้ตามความจำเป็น  ทั้งนี้  โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ

                ให้นายกสภาวิศวกรมีอำนาจถอดถอนเลขาธิการ  เหรัญญิก  และตำแหน่งอื่นตามวรรคสองออกจากตำแหน่งได้  ทั้งนี้  โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ

                นายกสภาวิศวกร  อุปนายกสภาวิศวกรคนที่หนึ่ง  และอุปนายกสภาวิศวกรคนที่สอง  ให้ดำรงตำแหน่งตามวาระของกรรมการซึ่งได้รับเลือกตั้ง

                เมื่อผู้ดำรงตำแหน่งนายกสภาวิศวกรพ้นจากหน้าที่  ให้เลขาธิการ  เหรัญญิก  และผู้ดำรงตำแหน่งอื่นตามวรรคสองพ้นจากตำแหน่งด้วย

 

                มาตรา  27  กรรมการต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามดังต่อไปนี้

                (1)  เป็นผู้ได้รับใบอนุญาตระดับสามัญวิศวกรมาแล้วไม่น้อยกว่าสิบปี  หรือระดับวุฒิวิศวกร

                (2)  ไม่เคยถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตหรือเพิกถอนใบอนุญาต

                (3)  ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย

 

                มาตรา  28  กรรมการให้มีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละสามปี กรรมการซึ่งได้รับเลือกตั้งจะดำรงตำแหน่งเกินสองวาระติดต่อกันไม่ได้

                ให้กรรมการที่พ้นจากตำแหน่งตามวาระปฏิบัติหน้าที่ไปพลางก่อนจนกว่าจะมีการเลือกตั้งหรือแต่งตั้งกรรมการใหม่

 

                มาตรา  29  นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ  กรรมการพ้นจากตำแหน่งเมื่อ

(1)     สมาชิกภาพสิ้นสุดลงตามมาตรา  14

(2)     ขาดคุณสมบัติตามมาตรา  27

(3)     ลาออก

(4)     สภาวิศวกรมีมติให้ออกด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนสมาชิกที่มาประชุม

(5)     ตำแหน่งกรรมการซึ่งได้รับเลือกตั้งว่างลงรวมกันเกินกึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการซึ่งได้รับเลือกตั้งทั้งหมดและวาระของกรรมการเหลืออยู่ไม่ถึงเก้าสิบวัน

(6)     รัฐมนตรีโดยอนุมัติคณะรัฐมนตรีสั่งให้พ้นจากตำแหน่งตามมาตรา  69

 

มาตรา  30  เมื่อตำแหน่งกรรมการซึ่งได้รับเลือกตั้งว่างลงก่อนครบวาระ  ให้คณะกรรมการเลือกสมาชิกผู้มีคุณสมบัติตามมาตรา  27  และมาตรา  24  (1)  หรือ  (2)  แล้วแต่กรณี  เป็นกรรมการแทนภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ตำแหน่งกรรมการนั้นว่างลง  แต่ถ้าวาระของกรรมการเหลืออยู่ไม่ถึงเก้าสิบวัน  คณะกรรมการจะให้มีการเลือกกรรมการแทนหรือไม่ก็ได้

ในกรณีตำแหน่งกรรมการตามวรรคหนึ่งว่างลงรวมกันเกินกึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการซึ่งได้รับเลือกตั้งทั้งหมดและวาระของกรรมการเหลืออยู่ตั้งแต่เก้าสิบวันขึ้นไป  ให้มีการประชุมใหญ่เพื่อเลือกตั้งกรรมการขึ้นแทนตำแหน่งกรรมการที่ว่าง

ให้ผู้ซึ่งได้รับเลือกหรือเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่งแทนอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของผู้ซึ่งตนแทน

 

มาตรา  31  เมื่อพ้นตำแหน่งกรรมการซึ่งได้รับการแต่งตั้งตามมาตรา  24 (3)  ว่างลงก่อนครบวาระ  ให้ดำเนินการแต่งตั้งกรรมการแทนตำแหน่งที่ว่างภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ตำแหน่งกรรมการนั้นว่างลง  แต่ถ้าวาระของกรรมการเหลืออยู่ไม่ถึงเก้าสิบวัน  จะมีการแต่งตั้งแทนหรือไม่ก็ได้

ให้ผู้ซึ่งได้รับการแต่งตั้งแทนอยู่ในตำแหน่งเพียงเท่าวาระที่เหลืออยู่ของผู้ซึ่งตนแทน

 

มาตรา  32  การเลือกตั้งกรรมการตามมาตรา  24 (1)  และ (2)  การเลือกกรรมการเพื่อดำรงตำแหน่งต่าง ๆ  ตามมาตรา  26  และการเลือกหรือการเลือกตั้งกรรมการตามมาตรา  30  ให้เป็นไปตามข้อบังคับสภาวิศวกร

 

มาตรา  33  ให้คณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้

(1)     บริหารและดำเนินการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์และข้อบังคับของสภาวิศวกร

(2)     สอดส่องดูแลและดำเนินการทางกฎหมายกับผู้กระทำการฝ่าฝืนพระราชบัญญัตินี้

(3)     ออกระเบียบคณะกรรมการว่าด้วยการใด ๆ  ตามที่กำหนดให้เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการในพระราชบัญญัตินี้  หรือตามที่ที่ประชุมใหญ่สภาวิศวกรมอบหมาย

(4)     กำหนดแผนการดำเนินงานและงบประมาณของสภาวิศวกร

(5)     วินิจฉัยชี้ขาดอุทธรณ์  ซึ่งผู้ได้รับใบอนุญาตอุทธรณ์คำวินิจฉัจของคณะกรรมการจรรยาบรรณตามมาตรา  62

 

มาตรา  34  นายกสภาวิศวกร  อุปนายกสภาวิศวกรคนที่หนึ่ง  อุปนายกสภาวิศวกรคนที่สอง  เลขาธิการ  และเหรัญญิก  มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้

(1)     นายกสภาวิศวกรมีอำนาจหน้าที่

(ก)     เป็นผู้แทนสภาวิศวกรในกิจการที่เกี่ยวกับบุคคลภายนอก

(ข)    เป็นประธานในที่ประชุมคณะกรรมการและที่ประชุมใหญ่สภาวิศวกร

(ค)     ดำเนินกิจการของสภาวิศวกรให้เป็นไปตามมติของคณะกรรมการ

(2)  อุปนายกสภาวิศวกรคนที่หนึ่งเป็นผู้ช่วยนายกสภาวิศวกรในกิจการอันอยู่ในอำนาจหน้าที่ของนายกสภาวิศวกรตามที่นายกสภาวิศวกรมอบหมาย  และเป็นผู้ทำการแทนนายกสภาวิศวกรเมื่อนายกสภาวิศวกรไม่อยู่  หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้

(3)  อุปนายกสภาวิศวกรคนที่สองเป็นผู้ช่วยนายกสภาวิศวกรในกิจการอันอยู่ในอำนาจหน้าที่ของนายกสภาวิศวกรตามที่นายกสภาวิศวกรมอบหมาย  และเป็นผู้ทำการแทนนายกสภาวิศวกรเมื่อนายกสภาวิศวกร  และอุปนายกสภาวิศวกรคนที่หนึ่งไม่อยู่  หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้

(4)     เลขาธิการมีอำนาจหน้าที่

(ก)     ควบคุมบังคับบัญชาเจ้าหน้าที่สภาวิศวกรทุกระดับ

(ข)    เป็นเลขานุการในที่ประชุมคณะกรรมการและที่ประชุมใหญ่สภาวิศวกร

(ค)     ดำเนินการตามที่นายกสภาวิศวกรมอบหมาย

(5)  เหรัญญิกมีอำนาจหน้าที่ควบคุม  ดูแล  รับผิดชอบการบัญชี  การเงิน  และการงบประมาณของสภาวิศวกร

นายกสภาวิศวกรอาจมอบหมายให้อุปนายก  กรรมการ  เลขาธิการ  เหรัญญิกหรือเจ้าหน้าที่ของสภาวิศวกรกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดแทนได้ตามที่กำหนดในข้อบังคับสภาวิศวกร

 

หมวด  4

การดำเนินการของคณะกรรมการ

 

                มาตรา  35 การประชุมคณะกรรมการต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด  จึงจะเป็นองค์ประชุม

                ให้นายกสภาวิศวกรเป็นประธานในที่ประชุม  ในกรณีที่นายกสภาวิศวกรไม่อยู่ในที่ประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ให้อุปนายกสภาวิศวกรผู้ทำการแทนตามมาตรา  34  เป็นประธานในที่ประชุม  ถ้านายกสภาวิศวกรและอุปนายกสภาวิศวกรไม่อยู่ในที่ประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้  ให้กรรมการที่มาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม

                มติของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก  กรรมการคนหนึ่งมีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน  ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน  ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด

                ในกรณีให้สมาชิกพ้นจากสมาชิกภาพตามมาตรา  14 (3)  มติของที่ประชุมให้ถือคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนกรรมการที่มาประชุม

 

                มาตรา  36  สภานายกพิเศษจะเข้าร่วมการประชุม  และชี้แจงแสดงความเห็นในที่ประชุมคณะกรรมการ  หรือจะส่งความเห็นเป็นหนังสือไปยังสภาวิศวกรในเรื่องใด ๆ  ก็ได้

 

                มาตรา  37  ในการดำเนินงานของคณะกรรมการ  ให้คณะกรรมการจัดทำแผนการดำเนินงานและงบประมาณประจำปีเสนอต่อที่ประชุมใหญ่สภาวิศวกร  เมื่อที่ประชุมมีมติเห็นชอบแล้วจึงจำดำเนินงานได้

                ให้คณะกรรมการจัดทำรายงานประจำปีแสดงผลงานของคณะกรรมการในปีที่ล่วงมา  คำชี้แจงเกี่ยวกับนโยบาย  พร้อมด้วยงบดุลและบัญชีรายได้และรายจ่ายประจำปีซึ่งผู้สอบบัญชีตามกฎหมายว่าด้วยผู้สอบบัญชีรับรองเสนอต่อที่ประชุมใหญ่สภาวิศวกรภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันสิ้นปีปฏิทิน

 

                มาตรา  38  คณะกรรมการจะแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณา  หรือปฏิบัติการอย่างหนึ่งอย่างใดแทนคณะกรรมการได้

                การประชุมของคณะอนุกรรมการให้เป็นไปตามที่กำหนดในระเบียบคณะกรรมการ

 

                มาตรา  39  ให้มีสำนักงานสภาวิศวกรทำหน้าที่ธุรการต่างๆ  ให้แก่คณะกรรมการและสภาวิศวกร

 

                มาตรา  40  ให้นายกสภาวิศวกรแต่งตั้งหัวหน้าสำนักงานสภาวิศวกร  ตามมติของคณะกรรมการจากบุคคลซึ่งมีคุณสมบัติ  และไม่มีลักษณะต้องห้ามดังต่อไปนี้

(1)     มีสัญชาติไทย

(2)     มีอายุไม่ต่ำกว่าสามสิบปีบริบูรณ์

(3)     ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย  บุคคลวิกลจริต  หรือคนไร้ความสามารถ  หรือเสมือนไร้ความสามารถ

(4)     ไม่เคยต้องโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก  เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ

(5)     คุณสมบัติอื่น ๆ  ตามที่คณะกรรมการกำหนด

 

มาตรา  41  การดำรงตำแหน่ง  การพ้นจากตำแหน่ง  การกำหนดค่าจ้างและเงื่อนไขอื่นในการทำงานในหน้าที่หัวหน้าสำนักงานสภาวิศวกร  ให้เป็นไปตามแบบสัญญาจ้างที่สภาวิศวกรกำหนด

 

มาตรา  42  หัวหน้าสำนักงานสภาวิศวกรมีอำนาจหน้าที่ดังนี้

(1)     ควบคุมรับผิดชอบงานธุรการทั่วไปของสภาวิศวกร

(2)     ดูแลรักษาทะเบียนสมาชิก  ทะเบียนผู้ได้รับใบอนุญาต  และทะเบียนอื่น ๆ  ของสภาวิศวกร

(3)     ควบคุมดูแลทรัพย์สินของสภาวิศวกร

(4)     ปฏิบัติการอื่นใดตามที่คณะกรรมการหรือเลขาธิการมอบหมาย

 

หมวด  5

ข้อบังคับสภาวิศวกร

 

                มาตรา  43  ร่างข้อบังคับสภาวิศวกรจะเสนอได้ก็แต่โดยคณะกรรมการ  หรือสมาชิกสามัญ

                การเสนอร่างข้อบังคับสภาวิศวกรของสมาชิกสามัญจะกระทำได้เมื่อมีสมาชิกสามัญจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยคนรับรอง

                ให้คณะกรรมการจัดให้มีการประชุมใหญ่สภาวิศวกรเพื่อพิจารณาร่างข้อบังคับสภาวิศวกรที่มีการเสนอตามความเหมาะสมแก่กรณี  การพิจารณาร่างข้อบังคับสภาวิศวกรจะเสนอเป็นวาระจรไม่ได้  แต่ต้องกำหนดเป็นวาระในหนังสือนัดประชุมให้ชัดเจนและแนบร่างข้อบังคับสภาวิศวกรที่เสนอไปพร้อมกันด้วย

 

                มาตรา  44  เมื่อที่ประชุมใหญ่สภาวิศวกรมีมติให้ความเห็นชอบร่างข้อบังคับสภาวิศวกรด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของสมาชิกสามัญที่เข้าประชุม  ให้นายกสภาวิศวกรเสนอร่างข้อบังคับสภาวิศวกรต่อสภานายกพิเศษโดยไม่ชักช้า  ภสานานกพิเศษอาจยับยั้งร่างข้อบังคับนั้นได้แต่ต้องแสดงเหตุผลโดยแจ้งชัดในกรณีที่มิได้ยับยั้งภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับร่างข้อบังคับที่นายกสภาวิศวกรเสนอ  ให้ถือว่าสภานายกพิเศษให้ความเห็นชอบร่างข้อบังคับนั้น

                ถ้าสภานายกพิเศษยับยั้งร่างข้อบังคับใด  ให้คณะกรรมการประชุมอีกครั้งหนึ่งภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับการยับยั้งในการประชุมครั้งหลังนี้  ถ้ามีเสียงยันมติไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนกรรมการทั้งคณะ  ให้ถือว่าร่างข้อบังคับนั้นได้รับความเห็นชอบจากสภานายกพิเศษแล้ว

 

หมวด  6

การควบคุมการประกอบวิชาชีพ

วิศวกรรม

 

                มาตรา  45  ห้ามมิให้ผู้ใดประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมหรือแสดงด้วยวิธีใด ๆ  ให้ผู้อื่นเข้าใจว่าตนพร้อมจะประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมสาขาใด  เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตในสาขานั้นจากสภาวิศวกร

 

                มาตรา  46  ผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมแต่ละสาขามี  4  ระดับ  คือ

(1)     วุฒิวิศวกร

(2)     สามัญวิศวกร

(3)     ภาคีวิศวกร

(4)     ภาคีวิศวกรพิเศษ

หลักเกณฑ์และคุณสมบัติของผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมแต่ละระดับให้เป็นไปตามที่กำหนดในข้อบังคับสภาวิศวกร

 

มาตรา  47  ห้ามมิให้ผู้ใดใช้คำหรือข้อความที่แสดงให้ผู้อื่นเข้าใจว่าคนเป็นผู้มีความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม  ทั้งนี้  รวมถึงการใช้  จ้างวาน  หรือยินยอมให้ผู้อื่นกระทำดังกล่าวให้แก่ตน  เว้นแต่ผู้ได้รับวุฒิบัตรหรือหนังสืออนุมัติเป็นผู้มีความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพวิศวกรรมสาขานั้น ๆ  จากสภาวิศวกรหรือสถาบันที่สภาวิศวกรรับรอง  หรือผู้ได้รับใบอนุญาตซึ่งมีคุณสมบัติตามที่กำหนดในข้อบังคับสภาวิศวกร

 

มาตรา  48  การออกใบอนุญาต  อายุใบอนุญาต  การพักใช้ใบอนุญาต  การเพิกถอนใบอนุญาต  และการรับรองความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม  ให้เป็นไปตามที่กำหนดในข้อบังคับสภาวิศวกร

 

มาตรา  49  ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนดในข้อบังคับสภาวิศวกร

ผู้ขอรับใบอนุญาตที่เป็นบุคคลธรรมดาต้องเป็นสมาชิกสามัญ  หรือสมาชิกวิสามัญของสภาวิศวกร  และถ้าขาดจากสมาชิกภาพเมื่อใดให้ใบอนุญาตของผู้นั้นสิ้นสุดลง

ผู้ขอรับใบอนุญาตที่เป็นนิติบุคคล  ไม่ว่าจะเป็นนิติบุคคลซึ่งมีทุนเป็นของคนต่างด้าวจำนวนเท่าใด  นิติบุคคลนั้นอย่างน้อยต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้

(1)     มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในราชอาณาจักร

(2)     ผู้เป็นหุ้นส่วนของห้างหุ้นส่วน  กรรมการของบริษัท  หรือสมาชิกในคณะผู้บริหารของนิติบุคคลจำนวนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง  หรือหุ้นส่วนผู้จัดการของห้างหุ้นส่วน  กรรมการ  ผู้จัดการของบริษัท  หรือผู้มีอำนาจบริหารแต่ผู้เดียวของนิติบุคคลเป็นผู้ซึ่งได้รับใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้

 

มาตรา  50  ผู้ได้รับใบอนุญาตต้องประพฤติตนตามจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพวิศวกรรมตามที่กำหนดในข้อบังคับสภาวิศวกร

 

มาตรา  51  บุคคลซึ่งได้รับความเสียหายหรือพบการประพฤติผิดจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพวิศวกรรมของผู้ได้รับใบอนุญาต  มีสิทธิกล่าวหาผู้ได้รับใบอนุญาตผู้นั้นโดยทำเรื่องยื่นต่อสภาวิศวกร

กรรมการหรือบุคคลอื่นมีสิทธิกล่าวโทษผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรควบคุมว่าผิดจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม  โดยแจ้งเรื่องต่อสภาวิศวกร

สิทธิการกล่าวหาตามวรรคหนึ่งหรือสิทธิการกล่าวโทษตามวรรคสองสิ้นสุดลงเมื่อพ้นหนึ่งปีนับแต่วันที่ผู้ได้รับความเสียหาย  หรือผู้กล่าวโทษรู้เรื่องการประพฤติผิดจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมดังกล่าวและรู้ตัวผู้ประพฤติผิด

การถอนเรื่องการกล่าวหาหรือการกล่าวโทษที่ได้ยื่นไว้แล้วนั้น  ไม่เป็นเหตุให้ระงับการดำเนินการตามพระราชบัญญัตินี้

 

มาตรา  52  เมื่อสภาวิศวกรได้รับเรื่องการกล่าวหาหรือการกล่าวโทษตามมาตรา  51  ให้เลขาธิการเสนอเรื่องดังกล่าวต่อคณะกรรมการจรรยาบรรณโดยไม่ชักช้า

 

มาตรา  53  ให้มีคณะกรรมการจรรยาบรรณ  ประกอบด้วยประธานกรรมการจรรยาบรรณคนหนึ่ง  และกรรมการจรรยาบรรณตามจำนวนที่คณะกรรมการกำหนด  แต่ไม่น้อยกว่าสามคน

ให้คณะกรรมการแต่งตั้งกรรมการจรรยาบรรณตามมติของที่ประชุมใหญ่สภาวิศวกรจากสมาชิกซึ่งมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้

(1)  เป็นผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมมาแล้วไม่น้อยกว่าสิบปี

(2)  ไม่เคยถูกลงโทษฐานประพฤติผิดจรรยาบรรณ

 

                มาตรา  54  กรรมการจรรยาบรรณให้มีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละสามปี  และอาจได้รับแต่งตั้งใหม่ได้  แต่จะดำรงตำแหน่งเกินสองวาระติดต่อกันไม่ได้

                ให้กรรมการจรรยาบรรณที่พ้นจากตำแหน่งตามวาระปฏิบัติหน้าที่ไปพลางก่อน  จนกว่าจะมีการแต่งตั้งกรรมการจรรยาบรรณใหม่

 

                มาตรา  55  นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ  กรรมการจรรยาบรรณพ้นจากตำแหน่งเมื่อ

                (1)  ลาออก

                (2)  สมาชิกภาพสิ้นสุดลงตามมาตรา  14

                (3)  ขาดคุณสมบัติตามมาตรา  53  วรรคสอง

                (4)  สภาวิศวกรมีมติให้ออกด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนสมาชิกที่มาประชุม

 

                มาตรา  56  เมื่อตำแหน่งกรรมการจรรยาบรรณว่างลงก่อนครบวาระ  ให้คณะกรรมการดำเนินการแต่งตั้งแทนตำแหน่งที่ว่าง  เว้นแต่วาระของกรรมการจรรยาบรรณเหลืออยู่ไม่ถึงเก้าสิบวัน  คณะกรรมการจะดำเนินการแต่งตั้งแทนตำแหน่งที่ว่างหรือไม่ก็ได้

                ให้กรรมการจรรยาบรรณซึ่งได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งแทน  อยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของผู้ซึ่งตนแทน

 

                มาตรา  57  คณะกรรมการจรรยาบรรณมีอำนาจหน้าที่พิจารณาวินิจฉัยกรณีที่มีการกล่าวหาว่าผู้ได้รับใบอนุญาตประพฤติผิดจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพวิศวกรรม

                วิธีพิจารณาและวินิจฉัยของคณะกรรมการจรรยาบรรณให้เป็นไปตามระเบียบของคณะกรรมการ

 

                มาตรา  58  คณะกรรมการจรรยาบรรณจะแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาหรือปฏิบัติการอย่างใดอย่างหนึ่งแทนคณะกรรมการจรรยาบรรณได้

                การปฏิบัติการของคณะอนุกรรมการตามวรรคหนึ่ง  ให้เป็นไปตามระเบียบของคณะกรรมการ

 

                มาตรา  59  ในการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการจรรยาบรรณ  และของคณะอนุกรรมการซึ่งคณะกรรมการจรรยาบรรณแต่งตั้ง  ให้กรรมการจรรยาบรรณและอนุกรรมการมีอำนาจออกคำสั่งเป็นหนังสือให้บุคคลซึ่งเกี่ยวข้องมาให้ถ้อยคำหรือส่งเอกสารหรือวัตถุใด ๆ  เพื่อประโยชน์แก่การพิจารณา  แต่ถ้าเป็นการมีคำสั่งต่อบุคคลซึ่งมิใช่ผู้ได้รับใบอนุญาต  จะต้องได้รับความเห็นชอบจากสภานายกพิเศษหรือผู้ซึ่งสภานายกพิเศษมอบหมาย

                ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้  ให้กรรมการจรรยาบรรณ  หรืออนุกรรมการเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา

 

                มาตรา  60  ให้ประธานกรรมการจรรยาบรรณมีหนังสือแจ้งข้อกล่าวหาหรือข้อกล่าวโทษพร้อมทั้งส่งสำเนาเรื่องที่กล่าวหา  หรือกล่าวโทษให้ผู้ได้รับใบอนุญาตซึ่งถูกกล่าวหาหรือถูกกล่าวโทษล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสิบห้าวันก่อนเริ่มพิจารณา

                ผู้ถูกกล่าวหาหรือถูกกล่าวโทษมีสิทธิทำคำชี้แจงหรือนำพยานหลักฐานใด ๆ  ส่งให้คณะกรรมการจรรยาบรรณหรือคณะอนุกรรมการซึ่งคณะกรรมการจรรยาบรรณแต่งตั้งภายในสิบห้าวัน  นับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากประธานกรรมการจรรยาบรรณ  หรือภายในเวลาที่คณะกรรมการจรรยาบรรณกำหนด

 

                มาตรา  61  คณะกรรมการจรรยาบรรณมีอำนาจวินิจฉัยชี้แจงอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้

(1)     ยกข้อกล่าวหา

(2)     ตักเตือน

(3)     ภาคทัณฑ์

(4)     พักใช้ใบอนุญาตมีกำหนดเวลาตามที่เห็นสมควร  แต่ไม่เกินห้าปี

(5)     เพิกถอนใบอนุญาต

 

มาตรา  62  ผู้ได้รับใบอนุญาตซึ่งคณะกรรมการจรรยาบรรณวินิจฉัยชี้ขาดตามมาตรา  61 (2) (3) (4)  หรือ  (5)  อาจอุทธรณ์คำวินิจฉัยชี้ขาดต่อคณะกรรมการภายในสามสิบวันนับแต่วันได้รับแจ้งคำวินิจฉัย

การอุทธรณ์ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในข้อบังคับสภาวิศวกร

คำวินิจฉัยชี้ขาดของคณะกรรมการให้ทำเป็นคำสั่งสภาวิศวกรพร้อมด้วยเหตุผลของการวินิจฉัยชี้ขาดและให้ถือเป็นที่สุด

 

มาตรา  63  ห้ามมิให้ผู้ได้รับใบอนุญาตซึ่งอยู่ในระหว่างถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตผู้ใดประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมหรือแสดงด้วยวิธีใด ๆ  ให้ผู้อื่นเข้าใจว่าตนมีสิทธิหรือพร้อมจะประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมนับแต่วันที่ทราบคำสั่งสภาวิศวกร  ที่สั่งพักใช้ใบอนุญาตนั้น

 

มาตรา  64  ผู้ได้รับใบอนุญาตซึ่งอยู่ในระหว่างถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตผู้ใดกระทำการฝ่าฝืนตามมาตรา  63  ให้สภาวิศวกรมีมติเพิกถอนใบอนุญาตของผู้นั้นนับแต่วันที่ศาลพิพากษาถึงที่สุด

 

มาตรา  65  ผู้ได้รับใบอนุญาตซึ่งถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาตจะยื่นขอรับใบอนุญาตอีกไม่ได้จนกว่าจะพ้นห้าปีนับแต่วันที่ถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาต

ในกรณีที่ผู้ถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาตเป็นนิติบุคคล  ให้มีผลเป็นการเพิกถอนใบอนุญาตของผู้เป็นหุ้นส่วนของห้างหุ้นส่วนกรรมการของบริษัท  ผู้บริหารของนิติบุคคล  และพนักงานหรือลูกจ้างของห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทหรือนิติบุคคลที่มีส่วนร่วมในการกระทำอันเป็นเหตุให้ห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทหรือนิติบุคคลนั้นถูกเพิกถอนใบอนุญาต  และห้ามมิให้บุคคลดังกล่าวเป็นหุ้นส่วนของห้างหุ้นส่วน  กรรมการของบริษัท  ผู้บริหารของนิติบุคคล  ซึ่งได้รับใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้  จนกว่าจะพ้นห้าปีนับแต่วันที่ถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาต

 

หมวด  7

การกำกับดูแล

 

                มาตรา  66  ให้รัฐมนตรีมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้

(1)     กำกับดูแลการดำเนินงานของสภาวิศวกรและการประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม

(2)     สั่งให้พนักงานเจ้าหน้าที่สอบสวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการดำเนินงานของสภาวิศวกรและการประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม

(3)    สั่งเป็นหนังสือให้กรรมการชี้แจ้งข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกิจการของสภาวิศวกรและจะให้ส่งเอกสารเกี่ยวกับการดำเนินงาน  หรือรายงานการประชุมของคณะกรรมการก็ได้

(4)    สั่งเป็นหนังสือให้สภาวิศวกรระงับหรือแก้ไขการกระทำใด ๆ  ที่ปรากฏว่าขัดต่อวัตถุประสงค์ของสภาวิศวกร  กฎหมาย  หรือข้อบังคับสภาวิศวกร

 

มาตรา  67  เพื่อปฏิบัติการตามคำสั่งของรัฐมนตรีตามมาตรา  66  ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจออกคำสั่งเป็นหนังสือให้บุคคลซึ่งเกี่ยวข้องมาให้ถ้อยคำ  หรือส่งเอกสารหรือวัตถุใด ๆ  เพื่อประโยชน์แก่การพิจารณา  และมีอำนาจเข้าไปตรวจสอบเอกสารหรือหลักฐานในสำนักงานของสภาวิศวกร  หรือในสถานที่ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมได้ในระหว่างการทำการ  หรือให้บุคคลซึ่งเกี่ยวข้องชี้แจงแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ตามที่ร้องขอ  ทั้งนี้  ให้พนักงานเจ้าหน้าที่เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา

ในการปฏิบัติการของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามวรรคหนึ่ง  ให้บุคคลซึ่งเกี่ยวข้องอำนวยความสะดวกตามสมควร

 

มาตรา  68  ในการปฏิบัติงานของพนักงานเจ้าหน้าที่  ให้แสดงบัตรประจำตัวต่อบุคคลที่เกี่ยวข้อง

บัตรประจำตัวพนักงานเจ้าหน้าที่ให้เป็นไปตามแบบที่รัฐมนตรีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา

 

มาตรา  69  เมื่อปรากฏว่าสภาวิศวกรไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของรัฐมนตรีตามมาตรา  66  หรือมีพฤติการณ์แสดงให้เห็นว่าคณะกรรมการ  นายกสภาวิศวกร  หรือกรรมการคนหนึ่งคนใดกระทำผิดวัตถุประสงค์ของสภาวิศวกรหรือกระทำการอันเป็นการเสื่อมเสียอย่างร้ายแรงแก่สภาวิศวกร  ให้รัฐมนตรีโดยอนุมัติคณะรัฐมนตรีมีอำนาจสั่งให้คณะกรรมการ  นายกสภาวิศวกร  หรือกรรมการคนนั้นพ้นจากตำแหน่ง

ในกรณีที่รัฐมนตรีจะมีคำสั่งตามวรรคหนึ่ง  ให้รัฐมนตรีแต่งตั้งสมาชิกสามัญจำนวนห้าคน  เป็นคณะกรรมการสอบสวน  คณะกรรมการสอบสวนต้องรีบทำการสอบสวนให้แล้วเสร็จโดยเร็ว  แล้วเสนอสำนวนการสอบสวนพร้อมทั้งความเห็นต่อรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาสั่งการ

คำสั่งของรัฐมนตรีให้เป็นที่สุด

 

มาตรา  70  ในกรณีที่รัฐมนตรีมีคำสั่งตามมาตรา  69  ให้กรรมการทั้งคณะของสภาวิศวกรพ้นจากตำแหน่ง  ให้รัฐมนตรีแต่งตั้งบุคคลจากสมาชิกสามัญของสภาวิศวกรเท่าจำนวนกรรมการที่จะมีได้ตามมาตรา  24  เป็นกรรมการชั่วคราวแทนกรรมการที่พ้นจากตำแหน่งในวันเดียวกันกับวันที่รัฐมนตรีมีคำสั่งให้กรรมการพ้นจากตำแหน่ง

ให้กรรมการชั่วคราวตามวรรคหนึ่ง  มีอำนาจหน้าที่ปฏิบัติการเพียงเท่าที่จำเป็นและดำเนินการภายในสามสิบวันนับแต่วันที่รัฐมนตรีมีคำสั่งแต่งตั้งกรรมการชั่วคราว  เพื่อให้มีการเลือกตั้งและแต่งตั้งกรรมการใหม่ตามมาตรา  24

เมื่อกรรมการใหม่เข้ารับหน้าที่แล้ว  ให้กรรมการชั่วคราวซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งพ้นจากตำแหน่ง

 

หมวด  8

บทกำหนดโทษ

 

                มาตรา  71  ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา  45  หรือมาตรา  63  ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี  หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท  หรือทั้งจำทั้งปรับ

 

                มาตรา  72  ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา  47  ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี  หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท  หรือทั้งจำทั้งปรับ

 

                มาตรา  73  ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของคณะกรรมการจรรยาบรรณ  หรือคณะอนุกรรมการตามมาตรา  59  หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา  67  ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือนหรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท  หรือทั้งจำทั้งปรับ

 

                มาตรา  74  ในกรณีที่ผู้กระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้เป็นนิติบุคคล  ให้หุ้นส่วนของห้างหุ้นส่วน  กรรมการของบริษัท  ผู้แทนของนิติบุคคลหรือผู้ซึ่งมีส่วนในการกระทำความผิดดังกล่าว  มีความผิดในฐานะเป็นผู้ร่วมกระทำความผิด  ผู้ใช้ให้กระทำความผิด  หรือผู้สนับสนุนกระทำความผิด  แล้วแต่กรณี  ต้องระวางโทษตามที่กำหนดไว้ในการกระทำความผิดนั้น  และสำหรับนิติบุคคล  ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสิบเท่าของอัตราโทษปรับสำหรับความผิดนั้นด้วย

 

บทเฉพาะกาล

 

                มาตรา  75  ให้คณะกรรมการควบคุมการประกอบวิชาชีพวิศวกรรมตามพระราชบัญญัติวิชาชีพวิศวกรรม  พ.ศ. 2505  ปฏิบัติหน้าที่คณะกรรมการตามพระราชบัญญัตินี้ไปพลางก่อนจนกว่าจะมีคณะกรรมการตามมาตรา  24  และให้มีอำนาจออกข้อบังคับสภาวิศวกรตามมาตรา  8 (6)  เท่าที่จำเป็น  เพื่อใช้เป็นการชั่วคราว  ข้อบังคับดังกล่าวให้มีผลใช้บังคับจนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงข้อบังคับนั้น  ทั้งนี้  โดยไม่ให้นำมาตรา  43  และมาตรา  44  มาใช้บังคับ

                ให้สำนักงาน  ก.ว.  ตามพระราชบัญญัติวิชาชีพวิศวกรรม  พ.ศ. 2505  ปฏิบัติหน้าที่สำนักงานสภาวิศวกรตามมาตรา  39  และให้นายทะเบียน  ก.ว.  ตามพระราชบัญญัติวิชาชีพวิศวกรรม  พ.ศ. 2505  ปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าสำนักงานสภาวิศวกรตามมาตรา  42  เป็นการชั่วคราวไปจนกว่าสำนักงานสภาวิศวกรจะมีบุคลากรปฏิบัติหน้าที่ แต่ทั้งนี้ไม่เกินหนึ่งร้อยแปดสิบวัน  นับแต่วันเริ่มวาระของการอยู่ในตำแหน่งคณะกรรมการตามมาตรา  25

                การเลือกตั้งและแต่งตั้งกรรมการตามมาตรา  24  ให้กระทำให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ

 

                มาตรา  76  ให้ผู้ซึ่งได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมประเภทภาคีวิศวกร  สามัญวิศวกร  และวุฒิวิศวกรตามพระราชบัญญัติวิชาชีพวิศวกรรม  พ.ศ. 2505  อยู่แล้วในวันที่พระราชบัญญัตินี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา  เป็นสมาชิกสามัญของสภาวิศวกรตามพระราชบัญญัตินี้

                ให้ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมประเภทใบอนุญาตพิเศษ  ตามพระราชบัญญัติวิชาชีพวิศวกรรม  พ.ศ. 2505  อยู่แล้วในวันที่พระราชบัญญัตินี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา  เป็นสมาชิกวิสามัญของสภาวิศวกรตามพระราชบัญญัตินี้

                เมื่อพ้นกำหนดเวลาตามใบอนุญาต  หรือพ้นกำหนดสองปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ  แล้วแต่กำหนดระยะเวลาใดจะยาวกว่า  ให้สมาชิกภาพของสมาชิกตามวรรคหนึ่งและวรรคสองเป็นอันสิ้นสุดลง  เว้นแต่จะสมัครและได้เป็นสมาชิกของสภาวิศวกรตามพระราชบัญญัตินี้

                ให้ถือว่าปริญญา  หรือประกาศนียบัตรจากหลักสูตรการศึกษาและสถาบันการศึกษาที่คณะกรรมการควบคุมการประกอบวิชาชีพวิศวกรรมตามพระราชบัญญัติวิชาชีพวิศวกรรม  พ.ศ. 2505  ได้รับรองแล้ว  เป็นปริญญา  หรือประกาศนียบัตรที่สภาวิศวกรให้การรับรองตามมาตรา  8 (3)

 

                มาตรา  77  ให้ผู้ซึ่งได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม  ประเภทวุฒิวิศวกร  สามัญวิศวกร  ภาคีวิศวกร  หรือใบอนุญาตพิเศษตามพระราชบัญญัติวิชาชีพวิศวกรรม  พ.ศ. 2505  และใบอนุญาตนั้นยังคงใช้ได้ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา  เป็นผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมระดับวุฒิวิศวกร  สามัญวิศวกร  ภาคีวิศวกร  หรือภาคีวิศวกรพิเศษตามพระราชบัญญัตินี้  แล้วแต่กรณี

                เพื่อประโยชน์ตามมาตรา  27 (1)  ให้ถือว่ากำหนดเวลาที่ได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมประเภทสามัญวิศวกรตามพระราชบัญญัติวิชาชีพวิศวกรรม  พ.ศ. 2505  เป็นกำหนดเวลาที่ได้รับใบอนุญาตระดับสามัญวิศวกรตามพระราชบัญญัตินี้

 

                มาตรา  78  คำขอรับใบอนุญาตซึ่งได้ยื่นไว้ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ  ให้ดำเนินการต่อไปจนกว่าจะแล้วเสร็จ  โดยให้ถือว่าเป็นการดำเนินการตามพระราชบัญญัตินี้  ทั้งนี้  ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในสองร้อยยี่สิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ  หากพ้นกำหนดเวลาดังกล่าว  ให้พิจารณาดำเนินการตามพระราชบัญญัตินี้

                ให้ถือว่าผู้ที่ได้รับใบอนุญาตตามความในวรรคก่อนเป็นสมาชิกสามัญ  หรือสมาชิกวิสามัญของสภาวิศวกรตามความในมาตรา  76  โดยอนุโลม

 

                มาตรา  79  ในระหว่างที่ยังมิได้ออกกฎกระทรวง  ข้อบังคับ  ระเบียบ  หรือประกาศเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้  ให้นำกฎกระทรวง  ข้อบังคับ  ระเบียบหรือประกาศที่ออกตามพระราชบัญญัติวิชาชีพวิศวกรรม  พ.ศ. 2505  มาใช้บังคับโดยอนุโลม

 

                มาตรา  80  ให้ถือว่าการกระทำผิดมรรยาท    หรือข้อกำหนดและเงื่อนไขในการประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมตามพระราชบัญญัติวิชาชีพวิศวกรรม  พ.ศ. 2505  ซึ่งได้กระทำก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับและยังไม่มีการดำเนินการตามพระราชบัญญัติวิชาชีพวิศวกรรม  พ.ศ. 2505  เป็นการประพฤติผิดจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพวิศวกรรมตามพระราชบัญญัตินี้  และการดำเนินการต่อไปให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้

                ในกรณีที่มีการดำเนินการกับผู้กระทำผิดมรรยาท  หรือข้อกำหนดและเงื่อนไขในการประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม  ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ  ให้ถือว่าการดำเนินการดังกล่าวเป็นการดำเนินการตามพระราชบัญญัตินี้  และการดำเนินการต่อไปให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้

 

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

ชวน  หลีกภัย

นายกรัฐมนตรี

 

 

อัตราค่าธรรมเนียม

 

(1)     ค่าใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม

บุคคลธรรมดา

(ก)  ระดับวุฒิวิศวกร                                                                                  10,000   บาท

(ข)  ระดับสามัญวิศวกร                                                                             7,500   บาท

(ค)  ระดับภาคีวิศวกร                                                                                  5,000   บาท

(ง)  ระดับภาคีวิศวกรพิเศษ                                                                         5,000   บาท

นิติบุคคล

ค่าใบอนุญาตนิติบุคคล                                                                            100,000   บาท

 

(2)     ค่าต่ออายุใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมที่ขอต่ออายุใบอนุญาต

ก่อนใบอนุญาตหมดอายุ
บุคคลธรรมดา

(ก)  ระดับวุฒิวิศวกร                                                                                    3,000   บาท

(ข)  ระดับสามัญวิศวกร                                                                              2,000   บาท

(ค)  ระดับภาคีวิศวกร                                                                                  1,000   บาท

(ง)  ระดับภาคีวิศวกรพิเศษ                                                                         1,000   บาท

สำหรับผู้ที่ขอต่ออายุใบอนุญาตหลังจากใบอนุญาตหมดอายุ

ให้เพิ่มอัตราค่าธรรมเนียม                                                                         2,000   บาท

นิติบุคคล

(ก)  ค่าต่ออายุใบอนุญาตนิติบุคคลที่ขอต่ออายุ

       ใบอนุญาตก่อนใบอนุญาตหมดอายุ                                                  30,000   บาท

(ข)  ค่าตอใบอนุญาตนิติบุคคลที่ขอต่ออายุ

       ใบอนุญาตหลังจากใบอนุญาตหมดอายุ                                            50,000   บาท

 

(3)     ค่าหนังสือรับรองความรู้ความชำนาญในการ

ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม                                                        10,000   บาท

 

(4)     ใบแทนใบอนุญาตหรือหลักฐานรับรองการได้รับใบอนุญาต

บุคคลธรรมดา                                                                                                 500  บาท

นิติบุคคล                                                                                                      5,000  บาท

 

(5)     ค่าทดสอบความรู้ในการประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมครั้งละ       2,000  บาท

 

 

.                                              

หมายเหตุ  :-  เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้  คือ  โดยที่ในปัจจุบันวิทยาการด้านวิศวกรรมมีความก้าวหน้าไปมาก  และมีรายละเอียดที่ลึกซึ้งมากขึ้นไม่ว่าในด้านวิศวกรรมโยธา  วิศวกรรมเหมืองแร่  วิศวกรรมเครื่องกล  วิศวกรรมไฟฟ้า  วิศวกรรมอุตสาหกรรม  และอื่น ๆ  ซึ่งการประกอบวิชาชีพวิศวกรรมเหล่านี้อาจส่งผลกระทบต่อชีวิต  ร่างกาย  และทรัพย์สินของประชาชนได้มาก  อันสมควรมีการควบคุมเพื่อกลั่นกรองความรู้ความสามารถของผู้ประกอบวิชาชีพและเพื่อติดตามดูแลการประกอบวิชาชีพให้ใกล้ชิดกว่าที่เป็นมาแต่เดิม  ประกอบกับองค์กรวิชาชีพวิศวกรรมได้ก่อตั้งมานานจนเป็นปึกแผ่นแล้ว  สมควรให้ผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมรวมตัวกันเป็นองค์กรเข้ามามีส่วนช่วยรัฐในการควบคุมดูแลเพื่อให้เกิดผลดียิ่งขึ้น  อนึ่ง  ประเทศไทยคงต้องเปิดเสรีทางการค้าและบริการในไม่ช้านี้  สมควรให้ภาครัฐและภาคเอกชนได้มีการร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดในการส่งเสริมคุณภาพการประกอบวิชาชีพเพื่อให้พร้อมที่จะแข่งขันกับต่างประเทศได้  สมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพวิศวกรรม  จึงจำเป็นต้องตราพะราชบัญญัตินี้

 


คลิ๊กนี้มีความหมาย

Copyright (c) 2011 by www.engineerthailand.com